ระบบมาตรฐานการพิมพ์สกรีนไทยTSSe2014


1. ขอบข่าย และกรอบความคิด

ข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับนี้ใช้สำหรับระบบมาตรฐานการพิมพ์สกรีนไทย เพื่อแสดงความสามารถที่จะทำผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของลูกค้า และรวมถึงกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ขอบเขตของเนื้อหาการทำมาตรฐานฉบับนี้ จะเน้นในเรื่องขีดความสามารถในการผลิต และลดการสูญเสียเป็นหลัก เนื้อหาส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการเตรียมงานและตรวจสอบผลงาน ข้อกำหนดทั้งหมดของมาตรฐานฉบับนี้เป็นข้อกำหนดที่สามารถใช้กับองค์กรที่มีงานพิมพ์สกรีนทุกประเภทซึ่งครอบคลุมกระบวนการหลัก ดังต่อไปนี้

1. การทำฟิล์มต้นแบบ

2. การทำแม่พิมพ์

3. การพิมพ์

4. การตรวจสิ่งพิมพ์


ระดับของการรับรองระบบมาตรฐานการพิมพ์สกรีนไทย แบ่งออกเป็น 2ระดับ ตามระยะเวลาที่ได้ทำระบบมาตรฐานได้แก่


1. ผู้เริ่มทำมาตรฐาน TSSe2014 หรือองค์กรที่ทำระบบในช่วงระยะเวลา 5 ปีแรก ต้องได้รับการประเมินผลในระดับ ตั้งแต่ 55% ขึ้นไป

2. ผู้ชำนาญระบบมาตรฐาน TSSe2014 หรือ หลังจากทำระบบมากกว่าระยะเวลา 5 ปี ที่ได้รับการประเมินผลในระดับ ตั้งแต่ 75% ขึ้นไป

2. เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก

ค่ามาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ของแต่ละประเภทงานพิมพ์สกรีน เป็นค่าแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดค่ามาตรฐานที่ดีขององค์กร ทั้งนี้อาจมีการกำหนดค่าที่แตกต่างจากภาคผนวกเพื่อให้เหมาะสมตามข้อกำหนดของลูกค้าแต่ละรายได้

 

3. ข้อกำหนดทางด้านการจัดทำเอกสาร

3.1 General/ทั่วไป

การจัดทำเอกสารในระบบมาตรฐานการพิมพ์สกรีนไทย รวมถึง

a) เอกสารวิธีการปฏิบัติงาน (Work Instruction : WI)

b) การบันทึกข้อมูล (Form : FM)

c) เอกสารค่ามาตรฐานที่อ้างอิงตามข้อกำหนดซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรือข้อกำหนดของลูกค้า


หมายเหตุ : การเรียกชื่อเอกสาร อาจจะแตกต่างกันตามแต่ละองค์กรได้ ไม่ว่าเป็น วิธีการปฏิบัติงาน (Procedure) วิธีการทำงาน (Work Instruction) มาตรฐานการทำงาน (Standard of Work)  เป็นต้น


3.2 Control documents / การควบคุมเอกสาร

                เอกสารขั้นตอนการดำเนินการต้องถูกจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดการควบคุมที่จำเป็น และเอกสารนั้นๆควรได้รับการ

a) อนุมัติเอกสารก่อนการนำไปใช้

b) ทบทวนให้เป็นปัจจุบัน

c) มีใช้ณจุดปฏิบัติงาน

 

4. หัวข้อของเกณฑ์ประเมิน

4.1 เกณฑ์ทางด้านเทคนิค และการปฏิบัติ (90%)

4.2 เกณฑ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม (10%)

องค์กรจะต้องมีการจัดการกับสิ่งที่เกิดจากการดำเนินการขององค์กรที่ก่อให้เกิดมลภาวะ และมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยให้มีการคัดแยก ชี้บ่ง จัดการอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับชุมชนรอบสถานประกอบการ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

การวางแผน

(1) มีการชี้บ่งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และการบริการขององค์กรและพิจารณาประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งทำให้เกิดผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม

 

การนำไปปฏิบัติ

(1) องค์กรต้องจัดทำขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อควบคุมการปฏิบัติในการคัดแยก ชี้บ่ง จัดการอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับชุมชนรอบสถานประกอบการ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

(2)  องค์กรมีการปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินงานตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน

 

4.3เกณฑ์ทางด้านการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกิจกรรมคุณภาพ(คะแนนพิเศษ 10%)

มีการพัฒนากระบวนการ มาตรฐานการทำงาน และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง

      • ระบุปัญหา
      • วิเคราะห์หาสาเหตุ
      • นำไปปรับปรุงแก้ไข
      • ติดตามผล

 

5. แนวทางการให้คะแนน

5.1 เกณฑ์ทางด้านเทคนิค และการปฏิบัติ (90 %)

ระดับคะแนน

                           หลักเกณฑ์การพิจารณา                                                

0

    • ไม่มีแนวทางอย่างเป็นระบบ
    • ไม่มีเอกสารวิธีการปฏิบัติงาน (WI)
    • ไม่มีการบันทึกข้อมูล (Form : FM)
    • ไม่มีเอกสารค่ามาตรฐานที่อ้างอิงตามข้อกำหนดซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรือข้อกำหนดของลูกค้า
    • ไม่มีอุปกรณ์ตรวจวัดค่า

1

    • แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีแนวทางอย่างเป็นระบบที่ตอบสนองต่อหัวข้อของเกณฑ์หลัก
    • มีเอกสารวิธีการปฏิบัติงาน (WI)
    • มีการบันทึกข้อมูล (Form : FM)
    • มีเอกสารค่ามาตรฐานที่อ้างอิงตามข้อกำหนดซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรือข้อกำหนดของลูกค้า
    • แต่ไม่พบการนำแนวทางที่เป็นระบบของหัวข้อเกณฑ์หลัก ไปสู่การปฏิบัติ
    • มีอุปกรณ์ตรวจวัดค่าบางส่วน

2

    • มีการนำแนวทางที่เป็นระบบของหัวข้อเกณฑ์หลักไปสู่การปฏิบัติในบางส่วน (ประเภทงาน พื้นที่ เครื่องจักร)
    • มีอุปกรณ์ตรวจวัดค่าบางส่วน

3

    • มีการนำแนวทางที่เป็นระบบของหัวข้อเกณฑ์หลักไปสู่การปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ (ประเภทงาน พื้นที่ เครื่องจักร)
    • มีอุปกรณ์ตรวจวัดค่าเป็นส่วนใหญ่

4

    • มีการนำแนวทางที่เป็นระบบของหัวข้อเกณฑ์หลักไปสู่การปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ (ประเภทงาน พื้นที่ เครื่องจักร)
    • มีผลลัพธ์เป็นไปตามค่ามาตรฐาน หรือข้อกำหนดของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
    • มีอุปกรณ์ตรวจวัดค่าเป็นส่วนใหญ่ และมีสภาพพร้อมใช้งาน

5

    • มีการนำแนวทางที่เป็นระบบของหัวข้อเกณฑ์หลัก และหัวข้อเกณฑ์รองไปสู่การปฏิบัติอย่างสมบูรณ์
    • มีผลลัพธ์เป็นไปตามค่ามาตรฐาน หรือข้อกำหนดของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
    • มีอุปกรณ์ตรวจวัดค่าอย่างสมบูรณ์ และสามารถเทียบได้กับมาตรฐานสากล

 

5.2 เกณฑ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม (10 %)

หลักเกณฑ์การพิจารณา

คะแนน                                         

การวางแผน

(1) มีการชี้บ่งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และการบริการขององค์กรและพิจารณาประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งทำให้เกิดผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม

 

2

การนำไปปฏิบัติ

(1) องค์กรต้องจัดทำขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อควบคุมการปฏิบัติในการคัดแยก ชี้บ่ง จัดการอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับชุมชนรอบสถานประกอบการ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

 

3

(2)  องค์กรมีการปฏิบัติตามขั้นตอนการตามดำเนินงานที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน

5

  

5.3เกณฑ์ทางด้านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยกิจกรรมคุณภาพ (คะแนนพิเศษ 10%)

หลักเกณฑ์การพิจารณา

คะแนน                                         

1)  มีรายละเอียดที่มาของปัญหา

2

2) มีการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาได้อย่างเหมาะสม(เป็นเหตุ เป็นผล)

2

3) มีการนำไปปฏิบัติ

2

4) ติดตามผลการปฏิบัติ

2

5)มีผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนา

2

 

6.ระยะเวลาการรับรองมาตรฐาน

            ใบรับรองมาตรฐานมีอายุ 3 ปีนับจากวันที่ได้รับการรับรอง และต้องต่ออายุภายใน180 วันหลังจากวันหมดอายุ

7.ข้อกำหนดการใช้ตราสัญลักษณ์

            มาตรฐานการพิมพ์สกรีนเป็นมาตรฐานเชิงการบริหารงาน ดังนั้น ตราสัญลักณ์จึงสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานได้ เช่น นามบัตร เวปไซค์ ใบปลิว แคตตาลอค หรือสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ขององค์กร


Copyright 2015 © thaiscreenprinting.or.th All rights